โรคผิวหนังที่เรียกกันว่า “ โรคสะเก็ดเงิน ” หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Psoriasis เป็นโรคเรื้อรังซึ่งเป็นแล้วจะรักษายาก โรคสงบยาก เป็นแล้วเป็นอีก เป็นที่หงุดหงิดใจ สร้างความไม่งามสง่าของผิวกาย และสร้างความเข้าใจทางด้านความรู้ได้ยาก รวมทั้งเข้าใจได้ยากด้วย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ป่วน สุทธิพินิจธรรม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รวบรวมความรู้เรื่องโรคนี้ไว้อย่างละเอียดจึงสมควรนำมาเผยแพร่สู่ประชาชนดังนี้
โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบบ่อยชนิดหนึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “ Psoriasis ” โรคนี้เกิดจากเหตุปัจจัยหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงสาเหตุเดียว ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค สารเคมีหรือสภาวะทางฟิสิกส์ที่เป็นพิษต่อผิวหนังโดยตรงแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากพันธุกรรมหรือยีนที่ผิดปกติหลายชนิด ร่วมกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกร่างกายที่ไม่เหมาะสมมากระตุ้นให้โรคปรากฏขึ้น อาการผื่นผิวหนังเป็นได้หลายรูปแบบ ที่พบบ่อย คือ ผิวหนังอักเสบเป็นปื้นแดง (Erythematous plaque) ลอกเป็นขุย เป็น ๆ หาย ๆ ผู้ป่วยบางรายเป็นเฉียบพลันแล้วผื่นก็หายไป บางรายเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ เรื้อรัง ความผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจพบได้ คือ ความผิดปกติที่เล็บ ข้ออักเสบ เป็นต้น ผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติของเล็บหรือปวดข้อนำมาก่อน หรือเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับอาการผื่นผิวหนังอักเสบ
เด็กเป็นโรคสะเก็ดเงินได้ไหม ?
โรคสะเก็ดเงินเป็นในเด็กได้แต่พบน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก ทั้งนี้เพราะปัจจัยกระตุ้นให้โรคปรากฏในเด็กมีไม่มาก เช่น การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ความเครียดทางจิตใจ เป็นต้น ทำไมคนบางคนจึงเป็น โรคสะเก็ดเงิน ?
คนเป็น โรคสะเก็ดเงิน เพราะมีความผิดปกติทางพันธุกรรมเป็นพื้นฐานแล้วมีสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการและอาการแสดงทางผิวหนัง เล็บบางรายอาจเกิดอาการอักเสบของเอ็นและข้อร่วมด้วย ผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการแสดงของโรคแตกต่างกันได้มาก ทั้งแง่ขนาด การกระจายและความรุนแรงของผื่น ที่กล่าวว่ามีความผิดปกติทางพันธุกรรมไม่จำเป็นที่บิดา มารดา พี่น้องหรือญาติผู้ป่วยต้องเป็นโรคนี้ทุกคน เพียงแต่ว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่จะเป็นโรคนี้อยู่ ญาติพี่น้องของผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูงกว่าคนทั่ว ๆ ไปหรืออีกนัยหนึ่งคือ มักพบคนในครอบครัวเป็นโรคเดียวกับผู้ป่วย
ทำไมถึงเรียกว่า “ โรคสะเก็ดเงิน ” ?
เหตุที่เรียกโรคนี้ว่า “ โรคสะเก็ดเงิน ” เพราะลักษณะของผื่นในโรคนี้จะเป็นปื้นหรือตุ่มสีแดงขอบเขตชัดเจน บนผิวของผื่นผิวหนังอักเสบของโรคนี้จะมีสะเก็ดสีขาวคล้ายเงินปกคลุมอยู่ ศาสตราจารย์กิติคุณ นายแพทย์สุนิตย์ เจิมสิริวัฒน์ จึงให้ชื่อโรคนี้ว่า “ โรคสะเก็ดเงิน ” เมื่อแกะเกาสะเก็ดให้หลุดลอกออกจากผิวหนังจะเห็นจุดเลือดออกบนผิวของผื่นที่อักเสบแดง ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของโรคนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีตุ่มหรือปื้นแดงที่มีสะเก็ดสีขาวให้เห็นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับระยะของโรค
สาเหตุของ โรคสะเก็ดเงิน
โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่มีแบบแผนการถ่ายทอดทางพันธุกรรมไม่ชัดเจน พบว่าถ้าบิดาและมารดาเป็นโรค บุตรที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคนี้สูงร้อยละ 65-83 ถ้าบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเป็นโรค บุตรที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคนี้ลดลงเหลือร้อยละ 28-50 ถ้าทั้งบิดาและมารดาไม่เป็นโรคนี้เลย บุตรมีโอกาสเป็นโรคนี้น้อยลงไปเหลือเพียงร้อยละ 4 ถ้ามีพี่น้องในครอบครัวเป็นโรคนี้โดยที่บิดาและมารดาไม่เป็นโรค บุตรคนถัดไปมีโอกาสที่จะเป็นโรคสูงขึ้นถึงร้อยละ 24 ลักษณะทางพันธุกรรมเป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานของการเกิดโรค การเกิดอาการของโรคไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว ถึงผู้ป่วยจะมีลักษณะทางพันธุกรรมของ โรคสะเก็ดเงิน อยู่ ถ้าไม่มีปัจจัยกระตุ้นหรือส่งเสริมมากระทบผู้ป่วยก็จะไม่เกิดอาการของโรค ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรสังเกตและพยายามจับให้ได้ว่า ปัจจัยแวดล้อมอะไรทำให้โรคของตนกำเริบ แล้วพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้โรคกำเริบ พึงเข้าใจว่าปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบ ในผู้ป่วยแต่ละรายไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
ปัจจัยกระตุ้นหรือส่งเสริมให้เกิด โรคสะเก็ดเงิน
สิ่งแวดล้อมที่กระทบร่างกายของผู้ป่วยแล้วทำให้โรคกำเริบแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ ปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในตัวผู้ป่วย
ปัจจัยภายนอก
สิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยที่อาจทำให้โรคกำเริบ คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้แก่จุลชีพชนิด ต่าง ๆ สารเคมีและสภาพทางฟิสิกส์ ผู้ป่วยต้องสัมผัสสิ่งแวดล้อมเหล่านี้อยู่เป็นประจำทุกวัน ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้บางครั้งรุนแรง จะทำให้ผิวหนังของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติพื้นฐานทางพันธุกรรมอยู่เกิดอาการผิวหนังอักเสบขึ้นได้ บางครั้งปัจจัยแวดล้อมที่ระคายผิวหนังน้อย แต่มีปัจจัยเหล่านี้หลาย ๆ ปัจจัยมากระทบผิวหนังพร้อม ๆ กันก็สามารถทำให้โรคสะเก็ดเงินที่สงบอยู่กำเริบได้ ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีอาการกำเริบและควบคุมอาการของโรคได้ไม่ดีด้วยยาหรือการรักษาอื่น ๆ แพทย์ผู้ดูแลรักษาและผู้ป่วยต้องร่วมกันสังเกต เฝ้าดูปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ อย่างละเอียดเพื่อที่จะหาปัจจัยภายนอกที่มีความสัมพันธ์กับการกำเริบของโรค ปัจจัยที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่งคือปัจจัยภายในตัวผู้ป่วยเอง ได้แก่ โรคติดเชื้อซ่อนเร้นของอวัยวะภายใน การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาบางอย่าง เช่น ระยะที่มีประจำเดือนของสตรีเพราะในช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางระดับของฮอร์โมนในร่างกาย นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจรวมทั้งความเครียดและความรุ่มร้อนจากการงาน สภาวะทางครอบครัว ความเจ็บป่วยที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ก็เป็นสาเหตุ ที่ทำให้โรคกำเริบได้
ภายหลังจากการเฝ้าดูและค้นหาอย่างดีแล้ว จะมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถหาปัจจัยแวดล้อมที่กระตุ้นให้โรคกำเริบได้ กรณีเช่นนี้ทั้งผู้ป่วยและญาติอย่าได้กังวลจนเกินไปขอให้วางใจเป็นกลาง (อุเบกขา) มีขันติและติดตามเฝ้าดูและหาปัจจัยต่าง ๆ เหล่านั้นต่อไป เพราะถึงจะหาปัจจัยที่กระตุ้นโรคให้กำเริบไม่ได้ แพทย์ก็มียาพอที่จะทุเลาอาการของโรคได้ ไม่มีปัจจัยใดที่จะคงอยู่ตลอดไปในไม่ช้า ปัจจัยต้นเหตุที่กระตุ้นให้โรคกำเริบก็จะปรากฏให้เห็นหรือไม่ก็ผ่านพ้นไป โรคที่รุนแรงจะสงบลงได้ในที่สุด ขอยกตัวอย่าง ปัจจัย ภายนอกที่แพทย์พบว่าสามารถทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจจะได้คอยระวัง และหลบหลีกปัจจัยต้นเหตุที่ทำให้โรคกำเริบดังกล่าว
- ปัจจัยทางเคมี สารเคมีที่ผู้ป่วยสัมผัสที่สำคัญคือ อาหาร ยา สารเคมีในที่ทำงาน สารเคมีที่มีการบันทึกไว้ว่าสามารถทำให้โรคกำเริบได้แก่ ยาบางชนิด ถ้าผู้ป่วยรับประทานแล้วจะทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่น ยารักษาโรคจิตประสาทกลุ่ม Lithium ยารักษาโรคมาลาเรีย ยารักษาโรคหัวใจกลุ่ม Beta adrenergic blocking agent ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานและฉีด ดังนั้นผู้ป่วย ควรหลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง เพราะยาหม้อ ยาจีน ยาไทย บางชนิดแอบผสมสเตียรอยด์เข้าไปในส่วนผสมของยา
ยาสเตียรอยด์ ทั้งชนิดรับประทานและฉีด จะทำให้อาการของ โรคสะเก็ดเงิน สงบลงได้ในระยะแรก ๆ ที่ได้รับยา แต่เมื่อใช้ไปในระยะยาวจะมีผลข้างเคียงสูงมาก เช่น ทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคเบาหวานกำเริบ กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแรง ความดันโลหิตสูง กระดูกผุ เป็นต้น
- ปัจจัยทางชีวะ คือสิ่งมีชีวิตที่ก่อโรคกับคน ตั้งแต่จุลชีพชนิดต่าง ๆ ได้แก่เชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และปรสิตรวมทั้งแมลงต่าง ๆ ด้วย สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทำให้เกิดโรคกับผู้ป่วยแล้วส่งผลกระทบทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ ตัวอย่างเช่น โรคคออักเสบ จากไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียสเตร็พโตคอคคัส (Streptococcus species) โดยเฉพาะในเด็ก โรคติดเชื้อ HIV สามารถทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ อาการผื่นผิวหนังอักเสบของโรคจะรุนแรงควบคุมได้ยาก ถ้าผู้ป่วยเกิดโรคติดเชื้อดังกล่าวซ้อนลงบน โรคสะเก็ดเงิน สำหรับโรคติดเชื้ออื่น ๆ ก็สามารถกระตุ้นให้โรคกำเริบได้เช่นเดียวกัน แต่ความสัมพันธ์อาจไม่ชัดเจนเหมือน 2 โรคดังกล่าวแล้ว
- ปัจจัยทางฟิสิกส์ ผิวหนังของผู้ป่วยเมื่อกระทบกับสภาวะทางฟิสิกส์ที่รุนแรง เช่น การแกะเกา ขูด กด เสียดสี ทำให้ผื่นของ โรคสะเก็ดเงินกำเริบ และลุกลามออกไปได้ จึงมักพบผื่นของโรคสะเก็ดเงินบริเวณ ศอก เข่า ก้นกบ เพราะเป็นตำแหน่งที่มีการแกะเกาเสียดสีมากที่สุด
ข้อมูลจาก http://www.si.mahidol. ac.th/project.
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
เดลินิวส์