อาหารเสริม จากธาตุอาหารพื้นฐานแห่งศตวรรษที่ 21 จากความต้องการผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ที่เพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จึงนับเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจว่า มี อาหารเสริม ชนิดใดบ้างที่คุณในฐานะผู้บริโภค จะสามารถเลือกสรรสิ่งที่เหมาะที่สุดสำหรับความต้องการของคุณ
คุณอาจประหลาดใจเมื่อทราบว่า วิตามินและเกลือแร่ ตามร้านทั่วไป ซึ่งกลายเป็นที่พึ่งสำหรับ อาหารเสริม เพื่อสุขภาพของคนส่วนใหญ่ คือ สารเคมีที่เรียกกันในวงการอุตสาหกรรมว่า “ USP ” หรือ “ BP ” ที่แยกออกต่างหากจากโภชนาหาร ( nutrients )
จากรายงานสถิติที่จัดทำขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เผยว่า ผู้ใหญ่ทุกๆ 1 ใน 3 คน และเยาวชนคนหนุ่มสาวทุกๆ 1 ใน 5 คน ( อายุ 15 – 25 ปี ) บริโภคผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร บางชนิดเป็นประจำ ดังนั้น จึงนับว่าชอบด้วยเหตุผลที่พวกเราจะต้องซื้อหาผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ที่มีประสิทธิภาพที่สุด ( รวมถึงความคุ้มค่าด้านราคา ) โดยเหมาะสมแก่ความจำเป็นของเรา
เราทุกคนต่างก็ตระหนักว่า เราควรได้มาซึ่ง วิตามินและเกลือแร่ ที่จำเป็นเหล่านี้ทั้งหมดจากอาหารที่มีประโยชน์อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุแห่งการลดลงของแร่ธาตุในดิน ปัญหาสิ่งแวดล้อม อาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงมาก และการผลิตพืชอาหารโดยเร่งการเจริญเติบโต ฯลฯ พวกเราส่วนใหญ่จึงต่างยอมรับกันว่า เราจำเป็นต้องบริโภคผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร เพราะเราต้องการความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองหรือป้องกันเพิ่มเติม
หากเรายอมรับว่า แหล่งที่ดีที่สุดอย่างแท้จริงของ วิตามินและเกลือแร่ จะบรรจุอยู่ในอาหารที่บริโภค ฉะนั้น ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ที่ดีที่สุดของเราก็ควรอยู่ในรูปอาหาร
ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในด้านโภชนาการ
การวิจัยอย่างเข้มข้นและพันธกิจที่จะก้าวสู่ความยอดเยี่ยม ได้เอื้ออำนวยให้เราสามารถนำโภชนาหารล้ำยุคนี้มาเสนอแด่คุณ ทั้งนี้ มีผลการศึกษาวิจัยทั้งที่เผยแพร่และไม่ได้เผยแพร่สู่สาธารณะจำนวนมากมาย ( กว่า 80 ชิ้น เป็นการศึกษากับมนุษย์ ) ที่สนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับ ธาตุพื้นฐานของอาหาร หรือ ฟู้ดแมทริกซ์™ ( Food Matrix™ ) กล่าวได้ว่า ฟู้ดแมทริกซ์™ คือการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดด้านโภชนาการแห่งสหัสวรรษใหม่อย่างแท้จริง
เทคโนโลยีสำหรับอนาคต - วันนี้
ดูดซับดีกว่า – คงอยู่นานกว่า – ใช้ประโยชน์ได้มากกว่า
ดร . อลัน ทอมลินสัน ได้กล่าวไว้ในการแถลงถึงเทคโนโลยีใหม่นี้ ว่า “ โภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™ เป็นความก้าวหน้าทางโภชนาการที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลา 30 ปีของผมที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ”
ดร . มาสซูด อาร์วานากิ (Ph.D.) ได้อธิบายความแตกต่างระหว่าง วิตามินและเกลือแร่ สังเคราะห์แบบแยกส่วน (isolated) กับโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™ ไว้ว่า จากงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์แบบอิสระกว่า 80 ชิ้น มีข้อสรุปว่า โภชนาหาร ฟู้ดแมทริกซ์™ มีประสิทธิภาพเหนือวิตามินและเกลือแร่อนินทรีย์ที่มีอยู่ในท้องตลาด มากกว่า 5 เท่า และร่างกายสามารถ เก็บรักษาไว้ได้นานกว่า 16 เท่า ดร . มาสซูด กล่าวว่า “ โภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™ เป็นช่องทางที่นำเอาโภชนาหารเข้าสู่เซลล์ ”
เพราะโภชนาหาร ฟู้ดแมทริกซ์™ ถูกดูดซึมได้ง่ายเหมือนอาหาร และยังคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่าวิตามินและเกลือแร่ที่มีอยู่ในตลาด ปริมาณการบริโภคที่ต้องการจึงไม่มาก
ต่อไปนี้คือภูมิหลังของโภชนาหาร ฟู้ดแมทริกซ์™ - จากความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์ในการแยกโมเลกุลที่ทำหน้าที่เฉพาะต่างๆ วิตามินจึงถือกำเนิดพร้อมทั้งได้มีการกำหนดสูตรโครงสร้างทางเคมีขึ้นมา โมเลกุลของวิตามินบริสุทธิ์ถูกแยกออกจากแหล่งที่มาที่เป็นธรรมชาติ หรือ มิฉะนั้น ก็ถูกสร้างขึ้นจากแหล่งที่พึงหาได้ในเชิงพาณิชย์ เช่น กลูโคส อย่างไรก็ตาม วิธีการทั้งสองกรณีจะทำให้ส่วนประกอบที่เกาะติดอยู่กับวิตามินโดยธรรมชาติถูกกำจัดออกไป และทำให้ความสามารถในการซึมซับสู่ร่างกายและอรรถประโยชน์ของวิตามินถูกบั่นทอนลง สภาพดังกล่าวอาจเทียบได้กับการคิดค้นเครื่องยนต์ซึ่งถือเป็นองค์ ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนยานยนต์ แต่เครื่องยนต์จะไร้ค่าหากปราศจากเชื้อเพลิง ล้อ ระบบการควบคุม และตัวถัง แม้กระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ นักวิทยาศาสตร์ก็ยังเข้าใจว่าวิตามินได้แยกตัวออกจากโปรตีนอาหารของมันในระบบย่อยอาหารโดยที่ไม่สามารถอธิบายได้ และจากนั้นก็จะถูกผูกติดเข้ากับโปรตีนอีกครั้งด้วยกระบวนการบางอย่างภายหลังการดูดซึมสู่ร่างกาย แต่ปัจจุบันเราทราบว่ากระบวนการดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริง เพราะวิตามินและโปรตีนในอาหารจะเกาะเกี่ยวกันอยู่เสมอ ดังนั้น การบริโภควิตามินและเกลือแร่จึงต้องอยู่ในรูปแบบของอาหารที่แท้จริงเพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลอันเหมาะสม และนี่ก็คือที่มาของ ฟู้ดแมทริกซ์™
โภชนาหาร ฟู้ดแมทริกซ์™ มีกระบวนการผลิตอย่างไร ?
โภชนาหาร ฟู้ดแมทริกซ์™ เริ่มต้นด้วยโมเลกุลของ วิตามินและเกลือแร่ ที่มีในเชิงพาณิชย์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยผ่านกระบวนเฉพาะพิเศษ โภชนาหารจะถูกเชื่อมประสานหรือฝังตัวเข้ากับโปรตีนที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ จากนั้นวิตามินและเกลือแร่จะถูกผนวกรวมกับตัวกลางทางโภชนาหาร แล้วนำไปเป็นอาหารเลี้ยงยีสต์ที่มีชีวิต ผลลัพธ์ที่ได้จากกระบวนการนี้ก็คือ โปรตีนเชิงซ้อน ( complex protein ) ของโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™ อันบรรจุไว้ซึ่งความเหนือกว่าในด้านความอุดมสมบูรณ์เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์สังเคราะห์
ความเป็นเอกลักษณ์และความโดดเด่นของ สปอร์ตทรอน
นับเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ของสปอร์ตทรอนประกอบไปด้วยโภชนาหาร ฟู้ดแมทริกซ์™ และกระบวนการการผลิตที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ผลิต ทำให้ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ของสปอร์ตทรอน เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและทรงพลังเท่าที่มีอยู่
หากคุณยังไม่ได้บริโภค อาหารเสริม ฟู้ดแมทริกซ์™ สปอร์ตทรอน เราแนะนำให้คุณพิจารณาอย่างจริงจังในข้อเท็จจริงดังกล่าวและเลือกผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ที่ดีที่สุดนี้
โภชนาหารในสภาวะอาหาร
จากรายงานสถิติที่จัดทำขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เผยว่า ผู้ใหญ่ทุกๆ 1 ใน 3 คน และเยาวชนคนหนุ่มสาวทุกๆ 1 ใน 5 คน ( อายุ 15 – 25 ปี ) รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดเป็นประจำ ดังนั้น จึงชอบด้วยเหตุผลสำหรับพวกเราที่จะต้องซื้อหาผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ที่มีประสิทธิภาพที่สุด ( รวมถึงความคุ้มค่าด้านราคา ) ที่เหมาะแก่ความจำเป็นของเรา
เราทุกคนต่างก็ตระหนักว่า เราควรได้มาซึ่ง วิตามินและเกลือแร่ ที่จำเป็นเหล่านี้ทั้งหมดจากอาหารอินทรีย์ อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุแห่งการเสื่อมโทรมของแร่ธาตุในดิน ปัญหาสิ่งแวดล้อม อาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงมาก และการผลิตพืชอาหารโดยเร่งการเติบโต ฯลฯ พวกเราส่วนใหญ่จึงต่างยอมรับกันว่า เราจำเป็นต้องบริโภคผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร เพราะเราต้องการปัจจัยความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองหรือป้องกันเพิ่มเติม
จากความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์ในการแยกโมเลกุลของวิตามิน โมเลกุลของวิตามินบริสุทธิ์จึงถูกแยกออกจากแหล่งที่มาที่เป็นธรรมชาติ หรือ มิฉะนั้น ก็ถูกสร้างขึ้นจากแหล่งที่พึงหาได้ในเชิงพาณิชย์ เช่น กลูโคส อย่างไรก็ตาม วิธีการทั้งสองกรณี จะทำให้ส่วนประกอบที่เกาะติดอยู่กับวิตามินโดยธรรมชาติถูกกำจัดออกไปและทำให้ความสามารถในการซึมซับสู่ร่างกายและอรรถประโยชน์ของวิตามินถูกบั่นทอนลง
โภชนาหารในสภาวะอาหาร ( Food State Nutrients ) เริ่มต้นด้วยโมเลกุลของ วิตามินและเกลือแร่ ที่มีในเชิงพาณิชย์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยผ่านกระบวนการเฉพาะพิเศษ โภชนาหารจะถูกเชื่อมประสานหรือฝังตัวเข้ากับโปรตีนที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ จากนั้น วิตามินและเกลือแร่ จะถูกผนวกรวมตัวกลางทางโภชนาการ ( nutritional medium ) แล้วนำไปเป็นอาหารเลี้ยงยีสต์ที่มีชีวิต ผลลัพธ์ที่ได้จากกระบวนการนี้ก็คือโภชนาหารในสภาวะอาหารที่บรรจุไว้ด้วยโปรตีนเชิงซ้อน (complex protein)
โปรตีน chaperone ที่มีอยู่ในอาหารและโภชนาหารในสภาวะอาหารโดยกำเนิด เป็นตัวเชื่อมโยงที่สำคัญสำหรับวิธีการที่ร่างกายซึมซับ ส่งผ่าน เก็บกัก และดูดกลืนโภชนาหาร การค้นพบที่มีผลชี้ชัดเกี่ยวกับการส่งผ่านโภชนาหารเข้าสู่เซลล์ได้รับการประกาศขึ้นที่มหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไรนา มหาวิทยาลัยจอห์นฮอพกิน และมหาวิทยาลัยมิชิแกน เมื่อปีที่ผ่านมา ผลการค้นพบของสถาบันเหล่านี้ชี้ว่า โภชนาหาร ไม่ได้ล่องลอยไปทั่วร่างกายเพื่อค้นหาเซลล์ที่ต้องการ แต่มันจะถูกขนส่งเข้าไปด้วยโปรตีน chaperone ผ่านกระบวนการเคมีที่หนุนช่วย และตรงเข้าสู่ตำแหน่งที่แน่นอนเพื่อการใช้ประโยชน์ภายในเซลล์
ดร . โธมัส วี โอ ฮอลโลแรน ศาสตราจารย์ทางเคมีแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ได้กล่าวไว้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “ โภชนาหารในสภาวะอาหาร ” ว่า เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มนุษย์ถูกกำหนดให้ได้รับโภชนาหารจากอาหาร ความพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อุบัติขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนข้อบัญญัตินี้ ด้วยการแยกสิ่งที่ทึกทักกันว่าเป็น “ ส่วนที่มีค่าที่สุด ” ของอาหารออกมา เช่น วิตามินซี แต่ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ส่วนที่ถูกแยกออกมาเหล่านี้ ที่เรียกว่า โภชนาหารในสภาวะอิสระ ( free-state nutrients ) ที่ “ เป็นธรรมชาติ ” ได้บรรจุไว้เพียงเศษเสี้ยวของปัจจัยที่เป็นคุณประโยชน์ ที่จะได้รับจากอาหาร และ “ โภชนาหารในสภาวะอาหาร ”
จากงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นอิสระกว่า 80 ชิ้น มีข้อสรุปว่า โภชนาหารในสภาวะอาหาร มีประสิทธิภาพเหนือวิตามินและเกลือแร่อนินทรีย์ที่มีอยู่ในท้องตลาดมากกว่า 5 เท่า และร่างกายสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่า 16 เท่า เพราะโภชนาหาร ฟู้ดแมทริกซ์™ ถูกดูดซึมได้ง่ายเหมือนอาหารและยังคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่า วิตามินและเกลือแร่ ที่มีอยู่ในตลาด ปริมาณการบริโภคที่ต้องการจึงไม่มาก
สปอร์ตทรอน ขอแนะนำ
โภชนาหาร ในสภาวะอาหาร (FOOD-STATE Nutrients)
“.. ทำงานร่วมกัน ดุจความมุ่งมั่นแห่งธรรมชาติ …”
สปอร์ตทรอน ผู้นำด้านโภชนาการและความอยู่ดีกินดี ได้สร้างโภชนาหารในสภาวะอาหาร ( FOOD-STATE Nutrients ) ขึ้นมา ซึ่งผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์สรุปว่า “ มีความใกล้เคียงกับอาหารมากที่สุด ” เราทุกคนทราบดีว่าแนวทางที่เหมาะสมที่สุดคือการได้รับโภชนาหารที่ต้องการจากอาหารที่เราบริโภค อย่างไรก็ตาม ในโลกสมัยใหม่แนวทางดังกล่าวปฏิบัติได้ยาก และอาจเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย
ร่างกายของมนุษย์เรา
ถูกสร้างมาเพื่อใช้ประโยชน์จากโภชนาหารในพืช ยิ่งบริโภคอาหารในลำดับต้นของห่วงโซ่อาหารที่ใกล้กับพืชมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งจะได้ประโยชน์ทางโภชนาการมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเราบริโภคพืชหรือส่วนต่างๆ ของพืชเป็นอาหาร โภชนาหารซึ่งประกอบด้วยวิตามินและเกลือแร่ ก็จะผูกติดไปกับโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ในรูปธาตุอาหารพื้นฐานเชิงซ้อน ( Complex food matrix ) และเนื่องจากโภชนาหารดังกล่าวดำรงอยู่ใน “ สภาวะอาหาร ” ( FOOD-STATE ) จึงมีปริมาณการดูดซึมสู่เนื้อเยื่อในร่างกายสูงและทำให้อัตราการใช้ประโยชน์มีสูงกว่า
โภชนาหารในสภาวะอาหารคืออะไร ?
ศาสตราจารย์ วินสัน แห่งมหาวิทยาลัย สแครนตัน รัฐเพนซิลวาเนีย ระบุว่า “ โภชนาหารในสภาวะอาหาร คือ ความก้าวหน้าที่สำคัญที่สุดทางด้านโภชนาการในยุคปัจจุบัน ” สิ่งนี้มิได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ วิตามินและเกลือแร่ อนินทรีย์อีกยี่ห้อหนึ่ง แท้ที่จริงโภชนาหารในสภาพอาหารจะมีลักษณะเฉพาะ โดยที่วิตามินและเกลือแร่แบบใหม่จะเกาะเกี่ยวกันโดยทางโมเลกุลกับองค์ประกอบพื้นฐานแห่งชีวิตนั่นคือโปรตีน ผลประโยชน์คืออะไร ?
การศึกษามากมาย แสดงให้เห็นว่า การเกาะเกี่ยวของ วิตามินและเกลือแร่ กับโปรตีน ดังเช่นที่พบอยู่ในอาหารธรรมชาติ เอื้ออำนวยให้โภชนาหารดังกล่าวถูกนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือเหตุผลที่อธิบายว่าเหตุใดโภชนาหารในสภาวะอาหารจึงมีประสิทธิภาพกว่าอย่างมากมาย จากการศึกษาวิจัยต่างๆมีข้อสรุปว่า การดูดซับสู่ร่างกายมีประสิทธิภาพมากกว่า 5 เท่าตัว การคงอยู่ (retention) และการปรากฏปริมาณสารอาหารในเนื้อเยื่อ มีประสิทธิภาพกว่าถึง 16 เท่า ดังนั้น จึงทำให้เกิดโภชนาหารสำรองที่มีศักยภาพอย่างสูงที่ร่างกายสามารถใช้สอยได้ในยามต้องการ
โภชนาหารในสภาวะอาหาร = ประโยชน์ มหาศาล เพียงบริโภคด้วยปริมาณจำกัด
รับประกันความพึงพอใจ 100%