ทัวร์ห้องคลอด เที่ยวแบบใหม่เพื่อว่าที่คุณแม่เท่านั้น
ตื่นเต้น..เสียว!! "ทัวร์ห้องคลอด" เที่ยวแบบใหม่เพื่อว่าที่คุณแม่เท่านั้น
"1 2 3 อึ๊บบบบ ค่อยๆ หายใจเข้า หายใจออก เบ่งอีกทีนะคะ" เสียงโกลาหลของนางพยาบาล และคุณหมอกำลังช่วยมารดาที่กำลังคลอดลูกดังเล็ดลอดออกมาจากห้องคลอด และในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจเสียง "อุแว้ อุแว้" ก็ดังออกมาท่ามกลางน้ำตาแห่งความดีใจของคุณแม่บวกกับความโล่งอก และรอยยิ้มของคนที่ลุ้นอยู่หน้าห้องคลอด
จะมีคุณแม่มือใหม่คนไหนบ้างนะที่จะมีโอกาสเข้าไปหาประสบการณ์ในห้องคลอดก่อนที่จะถึงคิวของตัวเอง...
ที่ผ่านมาอาจจะได้คำตอบว่า ไม่มี!!! แต่ตอนนี้คุณแม่มือใหม่สามารถไปค้นหาคำตอบ และไปสัมผัสวินาทีของการคลอดลูกได้จากสถานที่จริงแล้ว เพราะทางโรงพยาบาลหัวเฉียวได้จัดทำโครงการ "ทัวร์ห้องคลอด" เพื่อเปิดโอกาสให้คุณแม่มือใหม่ได้สังเกตการณ์ห้องคลอด วิธีการคลอดก่อนถึงคิวของตนเองเพื่อลดความกังวลและความตื่นเต้น ซึ่งการทัวร์ครั้งนี้ได้นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีแพทย์เป็นไก๊ด์พาเที่ยว
นายแพทย์ทวีป ถูกจิตร สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลหัวเฉียว บอกว่า คุณแม่มือใหม่มักมีอาการตื่นเต้น ยิ่งช่วงใกล้คลอดจะเกิดความกังวล หลายคนเกิดอาการกลัวห้องคลอด
"การทัวร์ห้องคลอดนี้จะช่วยให้คุณแม่และคุณพ่อลดอาการกลัวและกังวลได้ เพราะวันที่คลอดคุณพ่อจะไม่สามารถเข้าห้องคลอดได้ ซึ่งการทัวร์จะทำให้คุณพ่อคลายความกังวล ลดความห่วงเมื่อคุณแม่ต้องเข้าไปคนเดียวได้"
พอนายแพทย์เกริ่นเสร็จ จึงนำคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องคลอด โดยต้องสวมชุดอนามัย และเปลี่ยนรองเท้าที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้เพื่อป้องกันเชื้อโรค
 |
แล้วการทัวร์ห้องคลอดจึงเริ่มต้น...
นายแพทย์นำทีมว่าที่คุณแม่ไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และห้องชำระร่างกายเพื่อให้เนื้อตัวสะอาด เสร็จแล้วจึงพาไปยังห้องเตรียมคลอด
"ในห้องเตรียมคลอดนี้จะตกแต่งด้วยสีอ่อนๆ สบายตา ซึ่งเป็นห้องที่คุณพ่อสามารถเข้าไปรอคุณแม่ได้ และคุณหมอจะทำการตรวจร่างกาย วัดชีพจร รวมถึงสังเกตปากมดลูกว่าเปิดกว้างเท่าไรแล้ว และเป็นช่วงที่สามารถบอกได้ว่าคุณแม่นั้นจะได้คลอดธรรมชาติ หรือคลอดด้วยการผ่าตัด" สูตินรีแพทย์อธิบาย
และแล้วก็ถึงช่วงเวลาที่คุณแม่ทั้งหลายต่างให้ความสนใจ และตั้งใจฟังถึงสาเหตุว่ากรณีไหนต้องผ่าตัด
"ถ้า 2-3 ชั่วโมงมดลูกเปิดแค่ 3-4 เซนติเมตร พอหมอให้ยากระตุ้นแล้วขนาดยังเท่าเดิม แสดงว่าเกิดโอกาสคลอดยาก เพราะเชิงกรานแคบ หรือรกเกาะต่ำ ต้องผ่าตัด และกรณีเคยผ่าตัดคลอดมาก่อนสามารถนัดมาผ่าตัดได้เลยเมื่อครบกำหนด การผ่าตัดแม่ยังสามารถเห็นลูกตอนคลอดได้ เพราะบล็อคหลังจะชาช่วงล่างเท่านั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าผ่าแล้วจะไม่เห็นหน้าลูก ส่วนแม่ที่ปากมดลูกเปิดปกติก็สามารถคลอดได้ตามธรรมชาติ และคุณหมอจะนำเข้าห้องคลองได้เลย"
คุณแม่ทั้งหลายต่างพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นสูตินรีแพทย์ก็พาไปที่ห้องคลอดซึ่งคุณแม่ต่างชะเง้อ และสังเกตหน้าห้องคลอดกันอย่างตื่นเต้นโดยลักษณะห้องคลอดที่นี่ก็ดูไม่แตกต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป และแอบรู้มาว่าระหว่างที่คุณแม่กำลังคลอดนั้นที่ห้องนี้จะปิดแอร์เนื่องจากตอนที่ทารกอยู่ในครรภ์จะมีอุณหภูมิร่างกาย 37 อาศา แต่อุณหภูมิห้องมีแค่ 25 องศาเท่านั้นจึงต้องให้ทารกปรับสภาพร่างกายเสียก่อน
นายแพทย์ทวีปบอกต่อว่า บรรยากาศในห้องคลอดนั้นจะเต็มไปด้วยหมอและพยาบาลเพื่อช่วยคุณแม่เบ่งด้วยการทำเสียง 1 2 3 "อึ๊บ" ยาวๆ ถี่ๆ พอเด็กออกมาคุณหมอจะตัดสายสะดือ และนำไปชำระเมือกที่ติดตัว จึงพาไปให้แม่ดูก่อนย้ายไปที่ห้องทารก สุดท้ายหมอจะตกแต่งช่องคลอดคุณแม่ให้สวยงาม และอยู่ในสภาพเดิมต่อไป
ส่วนอาการตอนปวดท้องคลอดนั้น นายแพทย์ทวีปบอกว่าจะมีแบบเจ็บจริง และเจ็บหลอก ซึ่ง 2 เดือนสุดท้ายจะมีอาการเจ็บท้องบ้างซึ่งเป็นการเจ็บหลอก คือเจ็บไม่สม่ำเสมอ 5 นาทีเจ็บครั้ง 7 นาทีเจ็บอีกครั้ง จะมีการเจ็บหลอกบ่อย แต่ไม่เป็นอันตราย
"ส่วนเจ็บจริงนั้นจะเจ็บทุก 5-10 นาที และไม่ต้องตกใจเวลามีมูกปนเลือดไหลออกมา ให้งดอาหาร และจะปวดจนน้ำเดินหรือปัสสาวะไหลแบบอั้นไม่อยู่ ส่วนมดลูก หน้าท้องจะแข็งประมาณ 30-45 วินาที และหายไป พอ 5-10 นาทีจะปวดอีกครั้ง และถี่ขึ้น ซึ่งต้องให้คุณแม่หายใจเข้า-ออกลึกๆ เพื่อคลายความเจ็บ และเบนความสนใจมาที่ลมหายใจแทน"
โอย! รู้แล้วรู้สึกเกร็งหน้าท้องอย่างไรไม่รู้ ซึ่งคุณแม่ที่ร่วมทัวร์ครั้งนี้ต่างลูบท้องตัวเองกันใหญ่ เมื่อเดินมาสุดทางลูกทัวร์ทั้งหลายถอดชุดคลุม และเปลี่ยนรองเท้าเป็นที่เรียบร้อยจึงได้ย้ายมาที่ห้องเด็ก ซึ่งมีทารกแรกเกิดนอนเรียงกันอย่างน่ารักน่าเอ็นดู สร้างรอยยิ้มให้กับคุณแม่ที่จ้องมองเด็กเหล่านี้ด้วยแววตาที่จริงใจ
ก่อนที่การทัวร์จะจบลงสูตินรีแพทย์บอกว่า คนที่ต้องการมีลูกนั้นอย่างแรกต้องมีความพร้อมเรื่องสุขภาพ ร่างกายไม่ขาดสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นไวตามิน ยาบำรุงต่างๆ เพราะตอนตั้งครรภ์ลูกจะได้รับสารอาหารจากแม่และจะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี ร่างกายสมบูรณ์ โรคภัยไข้เจ็บจะลดน้อยลง
"พอรู้ว่าตั้งครรภ์ต้องรีบมาฝากครรภ์กับแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะการตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกต้องดูแลตัวเองอย่างมาก รวมทั้งคุณพ่อต้องมาพร้อมคุณแม่ด้วยตอนฝากครรภ์ ด้วยเวลามีข้อสงสัยจะได้ถามหมอให้ละเอียดและเข้าใจได้ตรงกัน ส่วนคนที่ตั้งครรภ์อยู่ให้ควบคุมน้ำหนักให้ขึ้นเพียงเดือนละ 1-2 กก.เท่านั้น เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่"
สุดท้าย และสำคัญอย่างยิ่งที่นายแพทย์ฝากไว้คือ คุณพ่อมีผลสำหรับคุณแม่มาก ต้องเป็นคนที่ดูแล และให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด คอยจับมือ หอมแก้ม หรือถามไถ่อาการของคุณแม่บ้าง เพียงเท่านี้ทั้งคุณแม่ และคุณลูกก็จะมีร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ได้เช่นกัน
การทัวร์ห้องคลอด แม้บรรดาคุณพ่อคุณแม่จะไม่ได้ไปสัมผัสสถานที่หรือบรรยากาศที่สวยสดงดงาม แต่ทัวร์นี้ก็ทำให้คุณพ่อและคุณแม่สบายอกสบายใจ ซึ่งทัวร์ห้องคลอดนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จะทัวร์กันได้ เพราะทริปเดินทางแบบนี้รับสมาชิกที่เป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เท่านั้น
โดย มติชน |
|

3754 อ่าน
|
|
|
ให้คะแนนกับบทความนี้?
(total 0 votes)
|