| | นพ.นพรัตน์ สุจริตจันทร์ จักษุแพทย์ประจำรพ.จักษุ รัตนิน |
|  |  |
ต้องรู้จักถนอมดวงตา อย่างไรก็ตาม การบำรุงรักษาดวงตาก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กัน นพ.นพรัตน์กล่าวถึงสภาพการใช้ดวงตาอย่างสมบุกสมบันของคนรุ่นใหม่โดยที่ละเลยการบำรุงรักษาไปว่า ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนในวัยทำงานส่วนใหญ่มีแนวโน้มของการใช้คอมพิวเตอร์ที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในช่วงเวลาของการทำงานกว่า 8 ชั่วโมงในแต่ละวัน และการผ่อนคลายโดยการท่องอินเทอร์เน็ตภายหลังเลิกงาน ทำให้ดวงตาต้องรับบทหนักเพราะถูกใช้อย่างสมบุกสมบัน “ต้องทำความเข้าใจว่าการใช้สายตามากๆ ไม่ได้ทำให้ตาบอดหรือเสียหาย แต่จะทำให้ตาปวดเมื่อยทรมาน แต่อาการเหล่านี้สามารถจะรักษาให้หายได้ด้วยตนเองด้วยการพักสายตา หรือตรวจสอบความเหมาะสมของเครื่องมือและอุปกรณ์ คือถ้าจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์นานๆ จำเป็นต้องดูความเหมาะสมของการวางเครื่องคอมพิวเตอร์ ความสูงของโต๊ะวาง และความสูงของเก้าอี้ที่นั่ง ควรให้คอมพิวเตอร์ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย เพราะการมองคอมพิวเตอร์ หากให้คอมพิวเตอร์อยู่สูงเกินไปและลูกตาต้องมองสูงขึ้น ลูกตาจะต้องปรับกว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้สายตาทำงานหนักกว่ามองต่ำลงมา” ใช้คอนแทกเลนส์ต้องรักษาความสะอาด ถึงตรงนี้คงมีอีกไม่น้อยที่มีปัญหาเรื่องสายตาสั้น ที่ใช้ “ปัจจัยที่5” ของคนสายตาสั้น ก็คือเจ้า “คอนแท็กเลนส์” ว่าหากใช้ไปนานๆ จะมีอันตรายใดๆ หรือไม่ และมีวิธีบำรุงรักษาดวงตาที่สวมคอนแท็กเลนส์อย่างไร นพ.นพรัตน์แนะนำว่า ทุกวันนี้เทคนิคของการผลิตคอนแท็กเลนส์และน้ำยาล้างคอนแท็กเลนส์นั้น มีการพัฒนาก้าวไกลไปกว่าเดิมมาก คือมีให้เลือกใส่ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ส่วนน้ำยาที่เมื่อก่อนต้องใช้น้ำยาถึง 3 แบบในการล้างคอนแทกเลนส์แต่ละครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ก็พัฒนาให้สะดวกขึ้นด้วยส่วนผสมที่สามารถล้างได้ด้วยน้ำยาเพียงตัวเดียว ทำให้การใช้คอนแทกเลนส์แพร่หลายในหมู่ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้นเป็นอย่างมาก เพราะทั้งสะดวกและเสริมบุคลิกภาพคือทำให้ไม่ต้องสวมแว่นแบบเมื่อก่อน “ถามว่าใส่ได้นานแค่ไหน คือถ้าใส่แล้วไม่แพ้ผมคิดว่าก็สามารถใช้ได้ติดต่อกันไปเรื่อยๆ ตามความต้องการ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงมากที่สุดก็คือความสะอาดและสุขอนามัยของการใช้ คือต้องรักษาความสะอาดให้ดีเพราะคอนแท็กเลนส์เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ภายในดวงตา หากไม่สะอาดจะติดเชื้อได้ง่ายมาก” นพ.นพรัตน์ได้ให้คำแนะนำต่ออีกว่า การสวมคอนแทกเลนส์นานๆ ในบางคนอาจจะทำให้เกิดอาการตาแห้ง ควรมีน้ำตาเทียมเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตาติดกระเป๋าเอาไว้เพื่อหยอดในเวลาที่รู้สึกตาแห้ง ซึ่งสำหรับน้ำตาเทียมนั้นมีอยู่ 2 แบบ คือแบบที่มีสารกันบูดขนาด 15 ซีซี และแบบไม่ใส่สารกันบูด ขนาด 0.8 ซีซี ซึ่งหากไม่แพ้สารกันบูดก็สามารถใช้แบบแรกได้ แต่ไม่ควรหยอดเกินวันละ 5 ครั้ง และสำหรับผู้ที่แพ้สารกันบูดที่มีอาการแสบแดงหรือเคืองตาหากใช้แบบ 15 ซีซี ก็มีทางเลือกที่ใช้แบบ 0.8 ซีซี แต่ต้องใช้ภายใน 12-18 ชั่วโมงภายหลังเปิดบรรจุภัณฑ์แล้ว และสำหรับคำแนะนำทิ้งท้ายในการดูแลสุขภาพตาที่จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน ก็คือการใส่ใจการตรวจสุขภาพตาประจำไปที่ถ้าเป็นคนปกติก็อาจจะตรวจประมาณ 1-2 ปีต่อครั้ง แต่หากเป็นผู้ป่วยเบาหวานควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาอย่างน้อย 1 – 2 ครั้งต่อปี ที่สำคัญที่สุดคือหากมีอาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยก็สมควรใส่ใจและมาพบแพทย์โดยเร็ว
| หากถ่ายภาพออกมาแล้วพบว่าดวงตาของลูกวาวเหมือนตาแมวแบบนี้ควรพามาตรวจกับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่เนิ่นๆ |
|
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 3 พฤษภาคม 2550 07:54 น. |
|