เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ม.ค. นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้สมุนไพรรักษาโรคตามตำรับแพทย์แผนโบราณว่า ในอดีตมีการนำพืชสมุนไพรหลายชนิดมาเป็นส่วนผสมในยารักษาโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะผลมะเกลือหรือที่มีชื่อ เรียกแตกต่างกันคือ ผีเผา มะเกลื้อ มักเกลือ มะเกลือ มะเกีย มะเกือหรือเกือ สรรพคุณเป็นยาเบื่อเมา คนโบราณมักนิยมใช้ถ่ายพยาธิตัวตืด พยาธิปากขอ พยาธิเส้นด้าย และพยาธิไส้เดือนตัวกลม เนื่องจากผล มะเกลือ มีสารไอโอสปีโรล ไดกูล โคไซด์ (Diospyrol-diglucoside) สามารถละลายน้ำได้ดีและไม่ถูกดูดซึมผ่านลำไส้ของมนุษย์ แต่ตัวยาจะอยู่ในพยาธิ ทำให้พยาธิตาย สารชนิดนี้มักสลายตัวได้ง่ายหากถูกแสงหรือโดนความร้อนรวมทั้งทิ้งไว้ในอากาศ โดยจะเปลี่ยนเป็นสารสีเทาและเป็นสีดำในที่สุด
อย่างไรก็ตามหากใช้สมุนไพรที่มีสารชนิดนี้ผสมอยู่ควรดื่มทันทีหลังเตรียมยาเสร็จแล้ว ห้ามทิ้งค้างคืนเด็ดขาด ซึ่งการใช้ผลมะเกลือในการถ่ายพยาธินับเป็นความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขไม่กำหนดให้ มะเกลือ เป็นสมุนไพรในงานสาธารณสุขในครัวเรือนอีกต่อไป เนื่องจากมีสารอันตรายและทำให้ตาบอดได้ ในรายงานปี 49 มีชาวบ้านใน ต.บ้านแก่ง อ.ศรี สัชนาลัย จ.สุโขทัย นำผลมะเกลือ 10 ผล มาบดผสมน้ำกะทิให้บุตรชาย 2 คน ดื่มเพื่อฆ่าพยาธิ ในวันรุ่งขึ้นเด็กอาเจียนหมดสติไป 1 ราย ญาติต้องพาส่งโรงพยาบาลศรีสังวร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ให้แพทย์รักษา โดยแพทย์สรุปว่าแพ้ผลมะเกลือขั้นรุนแรง ถึงขั้นสมองบวมและเนื้อเยื่อประสาทตาถูกทำลายจนตาบอด
ด้าน พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ เลขานุการมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนาและสาธารณสุขนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การใช้ผลมะเกลือถ่ายพยาธิ ผู้ใช้ต้องมีความรู้ จริง ๆ เช่น แพทย์แผนโบราณเท่านั้น ไม่แนะนำให้ประชาชนทั่วไปทำใช้เอง เพราะผลมะเกลือ มีพิษร้ายและมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย มีอาการมึนงง ตามัว และผลมะเกลือที่ใช้เป็นยาฆ่าพยาธิจะต้องเป็นผลดิบ สีเขียว ผลไม่ช้ำ ไม่ดำ การนำมาใช้ต้องคำนวณเท่ากับอายุผู้ป่วยกล่าวคือ 1 ผล/อายุ 1 ปี แต่ไม่เกิน 25 ผล ไม่ว่าอายุเท่าใดก็ตาม นำมาโขลกในครกหินพอ แหลก คั้นเอาน้ำผสมหัวกะทิสดในปริมาณ 2 ช้อนชา/มะเกลือ 1 ผล และดื่มทันทีครั้งเดียวให้หมด จึงจะปลอดภัย
ทั้งนี้ในปัจจุบันปัญหาโรคพยาธิลด น้อยลง กระทรวงสาธารณสุขจึงไม่แนะนำให้ประชาชนใช้ผลมะเกลือมาถ่ายพยาธิโดยพลการและสมุนไพรชนิดนี้ไม่มีใครใช้มาหลายสิบปีแล้ว เพราะผู้ใช้ต้องมีความรู้ด้านการแพทย์และมีข้อห้ามหลายประการ เช่น ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ หญิงมีครรภ์ หญิงหลังคลอดบุตรใหม่ ๆ ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารหรือถ่ายผิดปกติ มีอาการไข้ ซึ่งบางคนอาจแพ้ยาตัวนี้จนมีอาการ ท้องเดิน ใจสั่น แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ อาเจียน ตามัว หากรุนแรงมากถึงตายได้
เดลินิวส์