ปัจจัยที่ทำให้เกิด โรคสะเก็ดเงิน นั้นมีหลายปัจจัยได้แก่ ปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายในผู้ป่วย ปัจจัยทางสารเคมี ปัจจัยทางชีวะ ปัจจัยทางฟิสิกส์ ซึ่งเสนอไปแล้วในตอนที่ 1 ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดโรคได้แก่
ปัจจัยภายในร่างกาย
ผิวหนังเป็นอวัยวะที่อยู่นอกสุดของร่างกาย แต่ไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ไปจากอวัยวะภายในอื่น ๆ ของร่างกาย ปัจจัยภายในร่างกายรวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในร่างกาย เช่นการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โรคของอวัยวะภายในต่าง ๆ เช่น โรคตับ โรคไต เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงและโรคต่าง ๆ ของอวัยวะภายใน จะส่งผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อผิวหนังด้วยเสมอ ดังนั้นผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการกำเริบได้เมื่อเกิดโรคกับอวัยวะภายในอื่น ๆ
ปัจจัยทางด้านจิตใจ
สภาพทางจิตใจของผู้ป่วยมีอิทธิพลต่ออาการของ โรคสะเก็ดเงิน เช่นเดียวกับปัจจัย ภายนอกและภายในร่างกาย พบว่าผู้ป่วยที่เครียด หงุดหงิด โกรธง่าย นอนไม่หลับ ผื่นจะกำเริบแดงขึ้น คันมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยต้องแกะเกา ส่งผลให้โรคกำเริบ
โดยสรุปว่า โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคทางพันธุกรรมที่มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกาย รวมทั้งปัจจัยทางด้านจิตใจ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคหรือส่งเสริมให้โรคที่สงบอยู่กำเริบ เป็นมากขึ้นหรือโรคยังคงเป็นอยู่และดำเนินต่อไป
ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ
ปัจจัยทางเคมี
- การระคายเคืองจาก ดีเทอร์เจน ผงซักฟอก สบู่ ครีมที่มีกรดผสม เช่น ครีมลอกหน้า ขัดผิว
- ยาจีน ยาหม้อ สมุนไพรต่าง ๆ ที่ใช้ทาหรือรับประทาน
- ยาแผนปัจจุบันบางชนิดทำให้ โรคสะเก็ดเงิน กำเริบ เช่นยาลดความดัน และลดอัตราการเต้นของหัวใจ กลุ่ม Beta- adrenergic blocking agents, Lithium, ยาแก้ปวด Indomethacin Quinidine, ยาต้านมาลาเรีย (Anti-malarial)
- ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานและฉีด
ปัจจัยทางชีวะ
โรคติดเชื้อที่คอ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ โรคติดเชื้อที่ผิวหนัง และโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ยุงแมลงกัดต่อย
ปัจจัยทางฟิสิกส์ การกระทบกระแทก ถูกมีดบาด ยุงแมลงกัดต่อย การแกะเกา กด ถู ดึง ลอก หยิก
ปัจจัยทางจิตใจ ได้แก่ ความเครียด เร่าร้อน ความโกรธ หงุดหงิด ฉุนเฉียว
พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง การดื่มเหล้า การสูบบุหรี่ เล่นการพนัน ความเครียดทั้งทางกายและทางใจ เช่น ความวิตก กังวล ความกลัว หงุดหงิด ฉุนเฉียว การเล่นกีฬาหักโหม การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ระยะมีประจำเดือน/หมดประจำเดือน ระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอด อาการและอาการแสดง
โรคสะเก็ดเงิน มีอาการและอาการแสดง ที่อวัยวะต่าง ๆ ดังนี้
1. ผิวหนัง ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า รวมทั้งฝ่ามือหรือฝ่าเท้า
ผื่นผิวหนังอักเสบของ โรคสะเก็ดเงิน เกิดที่ตำแหน่งใดของผิวหนังก็ได้ ผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการและอาการแสดงแตกต่างกันได้อย่างมาก ตำแหน่งผิวหนังที่พบผื่นบ่อย ได้แก่ บริเวณที่มีการเสียดสี แกะเกา เช่น ศอก เข่า แขน ขา ก้นกบ คอ ศีรษะ ลักษณะสำคัญของผื่น โรคสะเก็ดเงินคือ เป็นปื้นหนา มีสะเก็ดสีขาวคล้ายเงิน เมื่อแกะเกาให้สะเก็ดหลุดออก จะพบจุดเลือดออกอยู่บนผื่นผิวหนังที่อักเสบแดง การแกะเกาทำให้ตุ่มหรือปื้นผิวหนังที่อักเสบขยายวงกว้างออกหรือทำให้เกิดตุ่มผิวหนังอักเสบเกิดใหม่ตามรอยเกา ผื่นผิวหนังอักเสบแยกย่อยเป็นลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
ลักษณะผื่นผิวหนังอักเสบ โรคสะเก็ดเงิน มีรูปร่างและการกระจายของผื่นดังนี้
1. ตุ่มแดง ตามรูขน
2. ปื้นแดง หนา เป็นวงกลม บริเวณศอก เข่า มือ ก้นกบ (Psoriasis vulgaris)
3. ผื่น แดง มีขุย บริเวณที่มีต่อมไขมันมาก (Seborrheic area) เช่น หนังศีรษะ หลังหู หน้าผาก ร่องจมูก หน้าอก (Sebo-psoriasis)
4. ตุ่มแดง ขนาดเล็กกว่า 1 ซม. กระจายตามตัว (Guttate psoriasis)
5. ผื่นแดงขนาด 4-5 ซม. คันกระจายตาม แขน ขา (Nummular psoriasis)
6. ผื่นหรือปื้นแดงตามข้อพับ ขาหนีบ (Intertriginous psoriasis)
7. ผื่นแดงเป็นวงแหวน คล้ายแผนที่ (Annular psoriasis, figurate psoriasis)
8. ผื่นหรือปื้นหนาแดงมีสะเก็ดสีขาว กระจายทั่วตัว (Psoriasis universalis)
9. ผื่นแดงลอกทั้งตัว (Erythroderma)
10. ตุ่มหนองตามฝ่ามือฝ่าเท้า นิ้วมือหรือนิ้วเท้า (Localized pustular psoriasis)
11. ตุ่มหนองกระจายทั่วตัว ผู้ป่วยมักมีอาการตามระบบร่วมด้วยเช่น ไข้สูง ปวดเมื่อย (Generalized pustular psoriasis)
12. ผื่น โรคสะเก็ดเงิน ที่เยื่อบุ (Mucosal psoriasis) ตำแหน่งที่พบผื่นแดงเป็นขุยบ่อยอยู่ที่บริเวณอวัยวะเพศ
ผู้ป่วยบางรายมีตุ่มหรือปื้นผิวหนังอักเสบเฉพาะที่ศอก เข่า แขน ขา เพียง 2-3 แห่งเท่านั้น บางรายเป็นผื่นผิวหนัง อักเสบบริเวณข้อพับ เช่น ขาหนีบ ร่องก้น ตุ่มหนองตามฝ่ามือฝ่าเท้าหรือเป็นตุ่มหนองเฉพาะที่ปลายนิ้วมือหรือเท้า
ผู้ป่วย โรคสะเก็ดเงิน ที่เป็นรุนแรง ผื่นผิวหนังอักเสบแดงจะเป็นทั่วทั้งตัว ผื่นแดงลอกเป็นสะเก็ดทำให้ผู้ป่วยเสียโปรตีนไปกับสะเก็ดผิวหนัง นอกจากนี้ยังเสียความร้อนในร่างกายหรือน้ำทางผิวหนังมากกว่าปกติ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย หนาวสะท้านเพราะเสียความร้อนไปทางผิวหนังตลอดเวลา
ผู้ป่วยบางรายมีอาการรุนแรงเป็นไข้ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เกิดตุ่มหนองกระจายทั่วตัว
ผู้ป่วย โรคสะเก็ดเงิน เกิดอาการเอ็นและข้ออักเสบ ร้อยละ 5.4-7 ร้อยละ 75 ของผู้ป่วย โรคสะเก็ดเงิน ที่มีอาการข้ออักเสบเกิดตามหลังอาการผื่นผิวหนังอักเสบ พบเพียงร้อยละ 15 ที่อาการข้ออักเสบนำหน้าอาการผิวหนังอักเสบ อีกร้อยละ 10 อาการผิวหนังอักเสบและอาการข้ออักเสบเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน อาการปวดข้อและข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน แบ่งเป็นหลายกลุ่มตามลักษณะอาการและอาการแสดงทางผิวหนัง ดังนั้นอาการทางข้อในผู้ป่วยแต่ละกลุ่มย่อมแตกต่างกัน ข้ออักเสบที่พบบ่อยคือ ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อเท้า ข้อศอก หรือข้อไหล่ ข้อต่อของกระดูกสันหลัง ข้อตะโพกก็พบได้ อาการบวมแดงร้อนตามข้อเหล่านี้ แสดงถึงการอักเสบที่รุนแรง ถ้ามีควรปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม ต่อไป
2. เล็บมือและเท้า
โรคสะเก็ดเงิน ของเล็บมือและเล็บเท้า
ความผิดปกติที่เล็บมือพบได้ถึงร้อยละ 50 เล็บเท้าพบได้ร้อยละ 35 ลักษณะผิดปกติที่พบมีตั้งแต่ ผิวของเล็บเป็นหลุมเล็ก ๆ จนถึงเล็บผิดรูปขรุขระทั้งเล็บ ลักษณะผิดปกติที่พบนอกจากนี้ ได้แก่ เล็บหนามีขุยขาวใต้เล็บ เล็บล่อนจากพื้นเล็บ เป็นต้น
3. ข้อ ทุกแห่งของร่างกายรวมทั้งข้อกระดูกสันหลังด้วย
โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน
ผู้ป่วย โรคสะเก็ดเงิน บางรายมีอาการ ข้ออักเสบร่วมด้วย อาการข้ออักเสบจะเกิดตามหลังผื่นผิวหนังอักเสบ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินเกิดพร้อม ๆ กับผื่นผิวหนังอักเสบ หรือมีอาการทางข้ออักเสบนำมาก่อนก็ได้ ข้อที่เกิดการอักเสบบ่อยคือ ข้อนิ้วมือส่วนปลาย ข้อมือ ศอก เข่า ข้อกระดูกคอ กระดูกสันหลังเป็นต้น เมื่อมีอาการอักเสบจะมีอาการบวมแดงร้อน ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องจะเกิดอาการพิการของข้อได้
ข้อมูลจาก http://www.si.mahidol. ac.th/project
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
เดลินิวส์